อัปเดตล่าสุด: 12 ม.ค., 2026
การรู้จำอักขระด้วยแสง (OCR) ไม่ได้เป็นเพียงการแปลงหน้าสแกนให้เป็นข้อความที่อ่านได้อีกต่อไป ในโลกที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลในปัจจุบัน รูปแบบผลลัพธ์ OCR ที่คุณเลือกสามารถส่งผลโดยตรงต่อการค้นหา ความสอดคล้อง การเก็บรักษาในระยะยาว การทำงานอัตโนมัติ และการผสานรวมกับแอปพลิเคชันสมัยใหม่ ตั้งแต่การสกัดข้อความอย่างง่ายจนถึงข้อมูลที่มีโครงสร้างและอ่านได้โดยเครื่อง แต่ละรูปแบบมีจุดประสงค์ที่แตกต่างกัน
ในคู่มือโดยละเอียดนี้ เราจะเปรียบเทียบรูปแบบผลลัพธ์ OCR ที่ใช้บ่อยที่สุด — TXT, PDF, PDF/A, XML, และ JSON — เพื่อช่วยคุณเลือกรูปแบบที่เหมาะสมกับกระบวนการทำงานของคุณ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างระบบ OCR แบบโอเพ่นซอร์ส ระบบเอกสารระดับองค์กร หรือแพลตฟอร์มวิเคราะห์ด้วย AI
OCR คืออะไรและทำไมรูปแบบผลลัพธ์จึงสำคัญ? OCR แปลงภาพของข้อความ (เอกสารสแกน, ภาพถ่าย, PDF) ให้เป็นข้อความที่เข้ารหัสโดยเครื่อง กระบวนการนี้เปิดโอกาสให้สามารถค้นหา แก้ไข และวิเคราะห์เนื้อหาที่เคยเป็นแบบคงที่ได้ อย่างไรก็ตาม ข้อมูลข้อความดิบต้องถูกจัดโครงสร้างและบรรจุในรูปแบบที่ใช้งานได้
รูปแบบผลลัพธ์กำหนดว่า:
การเข้าถึงได้: คุณสามารถอ่านและค้นหาเนื้อหาได้ง่ายแค่ไหน? การเก็บรักษา: มันรักษาเค้าโครงและความสมบูรณ์ของภาพต้นฉบับหรือไม่? การทำงานร่วมกัน: ซอฟต์แวร์และระบบอื่นสามารถใช้ข้อมูลนี้ได้ง่ายหรือไม่? การแก้ไขได้: การปรับเปลี่ยนข้อความที่สกัดออกมานั้นง่ายแค่ไหน? เมตาดาต้าและโครงสร้าง: มันเก็บข้อมูลเช่น ฟอนต์, ตำแหน่ง, หรือโครงสร้างเชิงตรรกะ (หัวข้อ, ย่อหน้า) หรือไม่? การเลือกผิดอาจทำให้สูญเสียการจัดรูปแบบ การบูรณาการที่ยากลำบาก หรือเอกสารที่ไม่เหมาะสมสำหรับการเก็บรักษาตามกฎหมาย
การเปรียบเทียบเชิงลึกของรูปแบบผลลัพธ์ OCR 1.